อุบัติการณ์ของโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์แบบไม่รู้ตัวและรู้ตัวเริ่มขยายลุกลามมากขึ้น ๆ แม้บางโรคจะเริ่มควบคุมได้ แต่ก็มีโรคใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาทดแทน ค้นดูสาเหตุที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุดก็ต้องยกให้อุบัติเหตุ รองลงมาคือ โรคมะเร็ง แต่ไม่อีกกี่ปีข้างหน้าโรคที่น่ากลัวพอ ๆ กับโรคมะเร็งจะเริ่มแสดงตัวชัดเจนขึ้นอย่างโรคสมองเสื่อม หากพบเป็นโรคสมองเสื่อมจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 7 – 10 ปี โดยพบว่าคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จะเป็นโรคสมองเสื่อม 10% ส่วนคนอายุ 85 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อม 40 – 50% ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคสมองเสื่อม มีเพียงแค่ยาชะลอเท่านั้น สำหรับคนที่ใช้สมองอยู่เรื่อย ๆ สมองจะเสื่อมช้ากว่าคนที่ไม่ได้ใช้สมองคิดอะไรเลย ซึ่งสามารถชะลอความเสื่อมของสมองโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทำงาน มีข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ทำการสำรวจพบว่า ปี 2000 พบคนเป็นโรคสมองเสื่อม 5 ล้านคน และในอีก 50 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านคน เพราะทุก 5 ปี คนจะเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยจะพบมากในเพศหญิง เพราะอายุยืนกว่าเพศชาย ซึ่งตอนนี้คนไทยเป็นโรคสมองเสื่อมประมาณ 1 ล้านคน คาดว่าในอีก 5 ปี จะเพิ่มเป็น 2 ล้านคน เพราะฉะนั้นเราต้องรู้เท่าทันโรคสมองเสื่อม เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคสมองเสื่อม กว่าจะรู้ตัวก็จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว เพราะโรคสมองเสื่อมมีหลายแบบ บางคนมีภาวะสมองถดถอยแบบไม่รู้ตัว พอเกษียณหรือหยุดทำงานมีชีวิตได้อีก 1 – 2 ปีก็ตาย หรือบางคนอยู่บ้านปลูกต้นไม้อย่างเดียวก็อาจจะทำให้สมองเสื่อมได้ คนสูงวัยจึงต้องหากิจกรรมทำหรือให้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมอง เช่น การอ่านหนังสือ การออกกำลังกาย และการฟังเพลงจะช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้

เทคโนโลยีตรวจภาวะสมองเสื่อม

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจภาวะสมองเสื่อมได้ค่อนข้างถูกต้อง โดยเจาะจงไปที่โรคอัลไซเมอร์ที่คนส่วนใหญ่กังวล กลัวว่าหากอายุมากขึ้นไม่อาจจะเลี่ยงจากโรคนี้ได้ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น สมองของมนุษย์จะเริ่มเหี่ยวลง ทำให้สมองเล็กลง แต่จะสะสมสารเบต้าอมีลอยด์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสารนี้จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อเซลล์ประสาท ลดการเชื่อมโยงกันของเซลล์ประสาท ทำให้ความจำเสื่อม การตรวจจับสารเบต้าอมีลอยด์ในสมองจึงเป็นหนทางที่จะคาดเดาได้ว่า คุณเริ่มเข้าสู่ภาวะเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือไม่ เพราะคนสูงอายุบางคนอาจจะไม่มีสารเบต้าอมีลอยด์ก็เป็นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเซลล์สมองของแต่ละคน เพราะบางคนสามารถมีชีวิตยืนยาวโดยไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ก็มี

พร้อมทุกการตรวจรักษา

โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลมีแล็บที่สามารถผลิตสารที่เข้าไปตรวจจับสารเบต้าอมีลอยด์ผ่านเครื่อง Pet Scan หรือการสแกนด้วยรังสีเพื่อตรวจภาวะสมองเสื่อมได้ถึง 90% โดยไม่ต้องเจาะไขสันหลังแบบเดิม เพียงแต่อายุของสารตัวนี้สั้น จึงไม่สามารถส่งออกจากแล็บไปใช้ในโรงพยาบาลทั่วไปได้ หากเราสามารถวินิจฉัยความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้ทันเวลา ก็สามารถใช้ยาเข้าไปยับยั้งการแพร่กระจายของสารเบต้าอมีลอยด์ โอกาสที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็ลดลงไปด้วย ดังนั้นคนที่มีภาวะความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์สามารถสำรวจตัวเองได้เบื้องต้น โดยเฉพาะคนที่ครอบครัวมีประวัติเป็นอัลไซเมอร์ต้องสันนิษฐานว่าเราก็มีโอกาสเสี่ยงเช่นเดียวกัน และผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปอยู่ในภาวะความจำถดถอยก็มีโอกาสเสี่ยงเช่นเดียวกัน หากเราทราบก่อนว่ามีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ จะได้วางแผนการใช้ชีวิต และการป้องกันโรคนี้ได้ดีที่สุดคือ เกษียณตัวเอง แต่อย่าเกษียณสมอง ข้อมูล : ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรกรรมสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2310 3000 หรือ โทร. 1719 Email: [email protected]