กระดูกหักเกิดได้ทุกช่วงวัย เด็กมักกระดูกหักจากเล่นซน ผู้ใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุ ผู้สูงวัยมักเกิดกระดูกหักจากกระดูกพรุน มวลกระดูกที่เปราะบางแม้เพียงลื่นหกล้มก็หักได้ง่าย เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรละเลยภาวะกระดูกหักจากกระดูกพรุน

ตัวการกระดูกหัก

สาเหตุหลักของกระดูกหัก นอกจากอุบัติเหตุจากการจราจรแล้ว ยังมีอุบัติเหตุจากการทำงาน การเล่นกีฬา อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งพบมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ กระดูกหักในผู้สูงอายุ ซึ่งมีคุณภาพของกระดูกลดน้อยลง หากมีอุบติเหตุเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลให้เกิดกระดูกหักไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง ฯลฯ

อาการกระดูกหัก

อาการกระดูกหักมักเห็นชัดเจนจะบวมปวด ไม่สามารถลงน้ำหนักหรือเคลื่อนไหวได้บริเวณที่หัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุจะมีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ดังนั้นจึงควรตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกทุกปี เพื่อป้องกันกระดูกทรุดตัว เสริมความแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย ทานอาหารแคลเซียมสูงตั้งแต่อายุยังน้อย

ผ่าตัดเชื่อมกระดูกหักแบบแผลเล็ก

ปัจจุบันมีการใช้เทคนิคผ่าตัดเชื่อมกระดูกหักแบบแผลเล็ก เปิดแผลเล็กหัวท้ายของตำแหน่งกระดูกที่หักแล้วสอดเหล็กดามใต้กล้ามเนื้อคล้ายขบวนรถไฟใต้ดิน แล้วยึดกระดูกด้วยสกรู เนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บน้อยกว่าผ่าเปิดแผลยาว ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ กระดูกติดดี ฟื้นตัวเร็วขึ้น หากมีกระดูกพรุนหักยุบและปวดหลังมากอาจรักษาด้วยการฉีดซีเมนต์เสริมกระดูกสันหลัง

กระดูกสะโพกหัก กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ จากสถิติพบว่า มีอัตราการเสียชีวิตภายในปีแรก 20% และเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่ความพิการ ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก 40% ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง  ส่วน 60% ผู้ป่วยต้องพึ่งพาผู้อื่นในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ปัญหากระดูกหักในผู้สูงอายุ หลัก ๆ มีอยู่ 3 ที่ คือ ข้อมือ  สันหลัง และสะโพก  ขึ้นอยู่กับว่าล้มท่าไหน  แต่กระดูกข้อมือหัก กระดูกหลังทรุดตัวไม่ถึงขั้นเสียชีวิต และมักไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ส่วนกระดูกสะโพกหักถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดรักษาอาจต้องนอนติดเตียง ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากการนอนนิ่ง ๆ เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดแผลกดทับ กระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อ หรือปอดบวม ซึ่งอาจเสียชีวิตในที่สุด ถ้ามือหรือแขนหักใส่เฝือกได้  สันหลังหักยังเดินได้ไม่ถึงขั้นเป็นอัมพาต แต่ถ้าสะโพกหักจะเกิดอันตรายจากโรคแทรกซ้อน  จากประสบการณ์ถ้ากระดูกสะโพกหักส่วนใหญ่เกินกว่า 90% ถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดมักจะเดินไม่ได้ บางรายที่เป็นแค่กระดูกร้าวถือว่าโชคดี ซึ่งกระดูกอาจจะสามารถติดได้ภายในระยะเวลา 2-3 เดือนไม่ต้องผ่าตัด  ทั้งนี้ถ้ากระดูกสะโพกหักแล้วได้รับการผ่าตัดเร็วผู้สูงอายุก็จะฟื้นตัวเร็ว ความเจ็บปวดน้อย สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิมได้เร็ว  กลุ่มผู้ป่วยสูงอายุจะเป็นกลุ่มที่เราต้องรักษาให้เร็ว พยายามให้เจ็บปวดน้อย สามารถลุกออกจากเตียงได้เร็ว ป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน

รักษากระดูกสะโพกหัก

กรณีผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก วิธีการรักษาจะพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยและตำแหน่งการหักของกระดูกสะโพก โดยจะมี 2 วิธีคือ
  1. การผ่าตัดใส่ข้อสะโพกข้อเทียม
  2. การผ่าตัดเพื่อยึดตรึงกระดูกไว้ภายใน โดยการผ่าตัดใส่โลหะพิเศษยึดกระดูกไว้ให้เข้าที่และเกิดการติดของกระดูกตามธรรมชาติ
ซึ่งแนวทางการดูแลผู้ป่วยสูงอายุกระดูกสะโพกหักไม่ได้จบแค่การผ่าตัด ยังต้องมีการประเมินและรักษาภาวะกระดูกพรุน ซึ่งป็นหัวใจสำคัญอีกส่วนหนึ่ง ตลอดจนกระทั่งการป้องกันภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน และยังรวมถึงการดูแลหลังการผ่าตัดด้วยการกายภาพบำบัดเฉพาะสำหรับผู้สูงวัย ทั้งการฝึกเดินโดยใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น เครื่องพยุงน้ำหนักคนไข้ให้ตัวเบาเหมือนเดินอยู่ในอวกาศที่เรียกว่า Alter G หรือการกายภาพบำบัดในน้ำที่เรียกว่า ธาราบำบัด  เป็นต้น ทั้งนี้การประเมินการทรงตัวและการฝึกการทรงตัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเน้นเพื่อป้องกันการหกล้ม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดกระดูกสะโพกหักซ้ำได้

สะโพกหัก

คุณเสี่ยงกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนหรือไม่?

ภาวะกระดูกพรุนเกิดจากการขาดสมดุลระหว่างการสร้างและการสลายกระดูก ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง หักง่าย พบบ่อยบริเวณข้อมือ กระดูกสันหลัง ข้อสะโพก เมื่อกระดูกหักผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวและใช้งานอวัยวะนั้น ๆ ได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันการอาจพิการหรือเสียชีวิตได้ เมื่อกระดูกหักผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวและใช้งานอวัยวะนั้น ๆ ได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันการอาจพิการหรือเสียชีวิตได้ ภาวะกระดูกพรุนสามารถตรวจพบและควบคุมได้ ด้วยการหาปัจจัยเสี่ยงและรับการตรวจวัดมวลกระดูกเมื่อมีข้อบ่งชี้ ดังนี้
  • ผู้หญิง อายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ชาย อายุ 70 ปีขึ้นไป
  • ผู้หญิง อายุต่ำกว่า 65 ปี หรือผู้ชาย อายุต่ำกว่า 70 ปี ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังนี้อย่างน้อย 1 ข้อ
    • หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี
    • มีภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนก่อนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี
    • ได้รับยากลูโคคอร์ติคอยด์เป็นระยะเวลานาน
    • น้ำหนัก (กก.) ส่วนสูง (เมตร) 2   มีประวัติบิดามารดาเกิดกระดูกสะโพกหัก
    • ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 19 กก./ตรม.
  • ตรวจพบภาวะกระดูกบาง หรือกระดูกสันหลังผิดรูปจากภาพเอกซเรย์
  • มีประวัติกระดูกหักจากอุบัติเหตุไม่รุนแรง
  • ส่วนสูงลดลง
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน (จากการทำแบบทดสอบหาความเสี่ยง)

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2310 3000 หรือ โทร. 1719 Email: [email protected]