จำนวนผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ รวมไปถึงกระดูกสันหลังในประเทศไทยมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น แม้จะไม่มีการเก็บสถิติไว้อย่างชัดเจน แต่ด้วยวิถีชีวิตของคน โดยเฉพาะวัยทำงานที่จะต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์และอาการเจ็บป่วยด้วยโรคปวดหลังเรื้อรัง ความผิดปกติโดยกำเนิด ล้วนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ในความผิดปกติที่เกิดขึ้นมักจะไม่มีอาการแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนอาจมีแค่อาการปวดเท่านั้น แต่อาจส่งผลร้ายในระยะยาวกับสุขภาพได้ จึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาแนวทางวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติแบบเต็มตัว Biplane Imaging (EOS)

เอกซเรย์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ปัจจุบันจึงมีเครื่องเอกซเรย์ที่จะช่วยตรวจหาความผิดปกติของกระดูกได้แบบเต็มตัว นั้นก็คือเครื่อง Biplane Imaging (EOS) เครื่องนี้จะช่วยให้ภาพเอกซเรย์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบองค์รวม หรือ Global Balance ในท่าที่ผู้ป่วยยืนลงน้ำหนักตัวตามธรรมชาติ ช่วยวินิจฉัยหาที่มาที่ไปของโรคกระดูกและข้อได้ดียิ่งขึ้น  เป็นนวัตกรรมของเครื่องเอกซเรย์แบบต่อเนื่อง 2 แกนที่สามารถสร้างภาพ 3 มิติได้ภายในการถ่ายภาพในครั้งเดียว เทคโนโลยีนี้เป็นผลมาจากการพัฒนาอุปกรณ์รับสัญญาณภาพรังสีด้วยเทคโนโลยีระดับโนเบิลไพรซ์  (Nobel Prize Technology)  ที่ได้พัฒนาอุปกรณ์รับสัญญาณพลังงานสูง high energy physics particle detector โดยนักรังสีแพทย์และแพทย์กระดูกและข้อ ใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป 6 – 9 เท่า  ซึ่งส่งผลให้แพทย์สามารถวินิจฉัยอาการป่วยของคนไข้ได้อย่างชัดเจน สามารถวินิจฉัยเรื่องของแนวกระดูกและโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น กระดูกคอ สันหลัง ไปจนถึงข้อเท้า

สแกนทุกรายละเอียด

เครื่องเอกซเรย์ EOS นั้นแตกต่างจากเครื่องเอกซเรย์ในปัจจุบันตรงที่เครื่องทั่วไปที่ใช้ในวงการแพทย์จะต้องฉายทีละส่วนแล้วนำภาพที่ได้มาประกอบกันถึงจะได้ภาพรวมของกระดูกทั้งหมดของร่างกาย รวมถึงปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยนั้นได้รับจากการฉายรังสีจะมีปริมาณที่มากกว่าเครื่องเอกซเรย์แบบใหม่ ภาพที่ได้ยังมีอัตราการขยายส่วนบนและล่างของฟิล์มผิดเพี้ยนไป ในบางรายอาจมีความจำเป็นที่จะต้องนอนเอกซเรย์ ซึ่งไม่สามารถเผยให้เห็นถึงรูปร่างปกติของกระดูกสันหลัง ภาพที่ได้จึงเกิดความคลาดเคลื่อน แต่หากคนไข้ได้รับการสแกนตลอดทั้งร่างกายนั้นแพทย์จะเห็นถึงความผิดปกติของกระดูกทั้งหมดได้ชัดเจน ข้อโดดเด่นอีกอย่างของเครื่อง EOS นี้ คือ Low Dose ใช้ปริมาณรังสีน้อย มีทั้งแบบ Micro Dose และ Ultra Dose จึงเหมาะกับเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโต เพราะการได้รับรังสีที่มีปริมาณมากเกินไปนั้นอาจส่งผลกระทบต่อต่อมฮอร์โมน เช่น รังไข่และเต้านมในเด็กผู้หญิง หรืออัณฑะในเด็กผู้ชาย

กระดูกสันหลังผิดปกติ

กระดูกมีความสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างมาก เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งเปลี่ยนไป ย่อมมีสัญญาณเตือนว่า ควรจะแก้ไข ใส่ใจกับอวัยวะเหล่านั้น เพราะทุกส่วนของร่างกายส่งผลเชื่อมโยงต่อส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังเป็นแกนกลางของร่างกาย หากมีปัญหาอาการคด เคลื่อน ผิดรูป ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา บางรายมาด้วยอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดหัว ได้รับการรักษามาเบื้องต้นแล้วแต่ก็ไม่หายขาด อาการก็กลับมาอีก ในส่วนของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง หรือการที่กระดูดคด อาจมีสาเหตุมาจากอวัยวะที่เป็นฐานรองรับ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก แพทย์จึงต้องทำการวินิจฉัยอย่างละเอียด หาถึงที่มาของอาการเจ็บปวดเหล่านี้ ด้วยเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติแบบเต็มตัว Biplane Imaging (EOS) ที่ช่วยในการตรวจหาความผิดปกติของผู้ป่วย ในบางรายอาจมีความผิดปกติมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง ดังนั้นการประเมินแนวสมดุลของผู้ป่วยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า Global Balance ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลัก ๆ คือ เด็กวัยรุ่นที่เสี่ยงเป็นโรคกระดูกสันหลังคดชนิดที่ไม่ทราบถึงสาเหตุ และอีกกลุ่มคือ ผู้สูงอายุที่มักจะมีปัญหาทั้งเรื่องกระดูกสันหลัง สะโพก และเข่า ซึ่งการตรวจหาความผิดปกติแบบ Global Balance จะช่วยให้แพทย์เห็นถึงปัญหาทุกส่วนไปพร้อม ๆ กัน แล้ววางแผนการรักษาได้ตรงตำแหน่ง ซึ่งจะมีประโยชน์กับผู้ที่ต้องเข้ารับการเอกซเรย์บ่อย ๆ โดยเฉพาะคนไข้โรคกระดูกสันหลังที่จำเป็นต้องตรวจติดตามผลหลายครั้ง จะช่วยลดปริมาณรังสีลงไปเยอะมาก หากเทียบกับการเอกซเรย์แบบเดิม ถึงแม้ว่าเครื่องนี้จะใช้ปริมาณรังสีที่น้อยกว่าปกติ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับหญิงตั้งครรภ์  เพราะทารกที่อยู่ในครรภ์ไม่ควรที่จะโดนรังสีโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน 3D Modeling สร้างภาพแบบสามมิติ ช่วยลดความผิดพลาดในการวัดความโค้งหรือบิดหมุนของกระดูก เพื่อช่วยให้แพทย์วิเคราะห์วางแผนการรักษาและปรับองศากระดูกได้ดียิ่งขึ้น เห็นกระดูกในมุมมอง 360 องศา ทำให้เข้าใจในความผิดปกติได้ง่ายมากยิ่งขึ้น หากตรวจแล้วพบปัญหาว่าขาสั้นยาวไม่เท่ากันเป็นสาเหตุให้กระดูกสันหลังคดก็สามารถแก้ปัญหาได้ตรงตำแหน่ง เช่น ให้ผู้ป่วยใส่รองเท้าเสริมส้นเข้าไป จากนั้นค่อยมาตรวจวัดกระดูกสันหลังใหม่ ก็จะเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุของอาการป่วย ขั้นตอนในการในการคัดกรองยิ่งทำได้รวดเร็วเท่าไร ยิ่งมีส่วนสำคัญในการวางแผนการรักษาของแพทย์ได้ดียิ่งขึ้น

หมดกังวลกับการผ่าข้อเทียม

การวินิจฉัยด้วยเครื่อง EOS สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาในการสแกนหาความผิดปกติทั้งตัวด้วยเวลาที่สั้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการทรงตัว ไม่สามารถยืนลงน้ำหนักได้เป็นเวลานาน กลุ่มผู้ป่วยที่น้ำหนักมาก ใช้ประโยชน์ได้กับกลุ่มคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดข้อเทียม เพราะการทำข้อเทียมต้องให้ความสำคัญในการติดตั้งอุปกรณ์เข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้อสะโพกเทียม ดังนั้นการรักษาจะต้องมีวิธีการวัดมุมและองศาของสะโพกในแต่ละราย เพื่อให้ข้อเทียมที่ใส่ลงไปทำงานได้ดี เพราะจะทำให้รู้ว่าตำแหน่งที่ใส่เข้าไปมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งมุมเท่าไรและหลังจากการรักษาใส่ข้อเทียมไปแล้วผู้ป่วยจะต้องกลับมาสแกนซ้ำเพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ใส่เข้าไปนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร ทำให้เห็นถึงปัญหาก่อนที่จะรักษาและประเมินผลหลังทำการรักษาไปแล้ว นอกจากนั้นกลุ่มคนที่สงสัยว่าพบความผิดปกติ ขาโก่ง บิด ผิดรูป รวมไปถึงกลุ่มคนที่มีพันธุกรรมผิดปกติก็สามารถวินิจฉัยด้วยวิธี Global Balance ได้เช่นกัน โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลพร้อมให้บริการเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติแบบเต็มตัว BIPLANE IMAGING (EOS) สำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ โรคกระดูกสันหลัง ด้วยเทคโนโลยีของการแพทย์ที่ก้าวหน้า การวิเคราะห์เข้าใจถึงปัญหาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น บวกกับการรักษาที่ต้นเหตุและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง ทำให้ผู้ป่วยรับรู้ถึงการแก้ไขได้ทันท่วงที ข้อมูล : นพ.สมศักดิ์ จิระพลังทรัพย์ หัวหน้ารังสีแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ นพ.ปรเมษฐ์  เจริญธนากร ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ สถาบันโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล นพ.วัลลภ สำราญเวทย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2310 3000 หรือ โทร. 1719 Email: [email protected]