หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังคำถามที่พบบ่อยหลังผ่าตัด ได้แก่

1. สิ่งที่ผู้ป่วยควรทราบหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง

  • ผู้ป่วยจะตื่นจากการทำผ่าตัดพร้อมมีสายต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เช่น สายจากการให้น้ำเกลือ สายสวนปัสสาวะ สายระบายเลือดจากแผลผ่าตัด สายที่ทำการบันทึกสัญญาณชีพจากอวัยวะต่าง ๆ
  • ผู้ป่วยจะถูกตรวจประเมินระบบประสาททันทีหลังจากเริ่มตื่น เช่น ขอให้ทำการกระดกข้อเท้า กระดกนิ้วโป้งเท้า เป็นต้น
  • สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องอยู่ ICU หลังการผ่าตัดจะถูกย้ายไปอยู่ที่ห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง
  • สำหรับผู้ป่วยที่ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด อาทิ ผู้ป่วยสูงอายุจะได้รับคำแนะนำให้พักที่ห้องอภิบาลใกล้ชิด (ICU) 1 วันก่อนย้ายไปห้องพักผู้ป่วยปกติ
  • ในการผ่าตัดกระดูกสันหลังบางเทคนิคอาจจำเป็นต้องงดน้ำงดอาหารต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่ผู้ป่วยทั่วไปจะได้รับอนุญาตให้รับประทานอาหารอ่อนได้ใน 24 ชั่วโมง
  • เมื่อมีการปวดแผลผ่าตัดควรแจ้งพยาบาลเพื่อรับยาระงับปวด อาการปวดจะลดลงอย่างมากเมื่อผ่านไป 2 – 3 วัน
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการดมยาสลบและใส่ท่อช่วยหายใจอาจมีอาการเจ็บคอ ปากแห้ง หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังผ่าตัดได้
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลังหรือฉีดยาชาบริเวณเส้นประสาท ยาชาอาจยังไม่หมดฤทธิ์ทันที ควรระมัดระวังการกระแทกหรือโดนของร้อนจัดและเย็นจัดบริเวณที่ยังชาอยู่
  • หลังผ่าตัดหากปัสสาวะไม่ออกให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาล ซึ่งอาจจำเป็นต้องสวนปัสสาวะทิ้งเป็นการชั่วคราว

ผ่าตัดกระดูกสันหลังคดด้วยเทคนิค DLIF (ดี-ลิฟท์)

2. กี่วันหลังผ่าตัดจึงจะลุกขึ้นเดินได้?

  • โดยทั่วไปผู้ป่วยจะลุกยืนและฝึกเดินในวันที่ 2 หรือ 3 พร้อมกับการถอดสายสวนปัสสาวะและสายระบายเลือดออก อย่างไรก็ตามแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นกรณีไป

3. เมื่อไรแผลจะสามารถโดนน้ำได้?

  • แผลจะสามารถถูกน้ำได้เมื่อหายสนิทดี อาจใช้เวลาประมาณ 10 – 14 วัน แพทย์จะพิจารณาจากแผลและแจ้งให้ทราบอีกครั้งก่อนกลับบ้าน

4. ทำไมผู้ป่วยบางคนแผลหายช้า?

  • การหายของแผลขึ้นกับขนาด ความลึก ตำแหน่ง ตลอดจนการไหลเวียนโลหิตในบริเวณแผล นอกจากนี้ความแข็งแรงของผู้ป่วย อายุ และภาวะทางโภชนาการโรคประจำตัวบางอย่างจะมีผลทำให้แผลหายช้า เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น

5. ผู้ป่วยจำเป็นต้องตัดไหมหรือไม่?

  • ไหมมีทั้งชนิดไหมละลายและไหมไม่ละลาย ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ศัลยแพทย์ได้เย็บไว้ โดยแพทย์จะแจ้งให้ผู้ป่วยทราบ โดยทั่วไปจะตัดไหมหลังผ่าตัด 10 – 14 วัน ยกเว้นถ้าเย็บด้วยไหมละลายในชั้นใต้ผิวหนังก็ไม่ต้องตัดไหม

6. ผู้ป่วยจะต้องกลับมาพบแพทย์ครั้งแรกหลังจากออกจากโรงพยาบาลกี่วัน?

  • โดยทั่วไปจะประมาณ 7 – 10 วัน ขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาผู้ป่วยแต่ละราย

7. หากแผลหายไม่ปกติจะมีอาการอย่างไร?

  • หากแผลมีอาการปวดไม่ลดลงตามเวลาที่ผ่านไป บวม แดงร้อน หรือมีไข้ หรืออาจมีสารคัดหลั่งออกมาจากแผล ปวดหลังมากผิดปกติ ควรรีบกลับมาพบแพทย์

8. หลังผ่าตัดต้องใส่อุปกรณ์พยุงกระดูกสันหลัง (Brace) นานเท่าไร?

  • การผ่าตัดกระดูกสันหลังบางชนิดอาจจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์พยุงกระดูกสันหลัง ซึ่งโดยทั่วไปจะได้รับคำแนะนำให้ใส่ไว้ 1 – 2 เดือนหรือตามแพทย์สั่ง

9. ผู้ป่วยต้องพักฟื้นกี่วันจึงกลับไปทำงานได้?

  • ผู้ป่วยส่วนมากจะรู้สึกสบายขึ้นมากใน 2 – 3 สัปดาห์ และสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ แต่ในบางรายอาจต้องใช้เวลา 4  – 8 สัปดาห์ กว่าที่จะสามารถไปทำงานได้ ทั้งนี้ขึ้นกับความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย ลักษณะของงานที่ทำ และชนิดของการผ่าตัด

10. กิจกรรมหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง?

  • กิจกรรมในช่วงแรกหลังจากกลับบ้าน สำหรับการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวทั่วไป
สัปดาห์ที่ 1
  • เดินในบริเวณบ้านทุกวันบ่อยเท่าที่จะทำได้ เพิ่มระยะทาง และเวลาขึ้นวันละน้อย โดยไม่ลืมสวมอุปกรณ์พยุงหลังหรือคอ (Brace) และใช้ไม้เท้า
  • ไม่ควรนั่งนานเกิน 20 นาที
  • ขึ้นลงบันได ต้องเกาะราวบันไดเสมอ
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
  • ดูแลแผลตามที่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
สัปดาห์ที่ 2
  • ทำกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น เดินได้ไกลขึ้น เดินได้บ่อยขึ้น แต่ยังคงต้องพักสม่ำเสมอ เมื่อรู้สึกเมื่อยหรือเพลีย
  • ยกของได้บ้างที่หนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม
  • ผู้ป่วยที่ฟื้นตัวเร็วไม่มีอาการปวดแล้วจะสามารถขับรถระยะทางใกล้ ๆ ได้ แพทย์อาจนัดให้ท่านกลับมาพบ เพื่อตรวจประเมินหลังผ่าตัด
สัปดาห์ที่ 3
  • ฝึกเดินพร้อมกับเพิ่มระยะทาง และเวลาเดินให้มากขึ้น
  • ทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้
  • ยกของหนักได้ไม่เกิน 5 กิโลกรัม
  • ผู้ป่วยที่อายุไม่มาก ร่างกายฟื้นตัวเร็ว อาจไม่ต้องใช้ไม้เท้าในการเดิน สวมอุปกรณ์พยุงตามคำแนะนำของแพทย์
สัปดาห์ที่ 4
  • การเดินจะทำได้มากขึ้นและไกลขึ้น
  • อาจเริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ทำงานบ้านได้เพิ่มขึ้น
  • สามารถขับรถได้ไกลขึ้น
  • สามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า ใช้อุปกรณ์พยุงหลังหรือคอตามที่แพทย์แนะนำ
ในเดือนที่ 2 และ 3 หลังผ่าตัด 
  • เพิ่มกิจกรรมได้ เช่น ว่ายน้ำ ถีบจักรยานอยู่กับที่ และออกกำลังกายที่ไม่หักโหม
อย่างไรก็ตาม อาการตึงหลังอาจยังคงมีอยู่ไปจนระยะเวลา 3 – 5 เดือนจึงค่อยดีขึ้น คำแนะนำนี้สำหรับการผ่าตัดกระดูกสันหลังทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดบางประเภทมีคำแนะนำที่แตกต่างกว่านี้ โดยศัลยแพทย์จะประเมินจากสภาพโดยรวมของผู้ป่วย และชนิดของการผ่าตัดเป็นราย ๆ ไป ให้ยึดถือปฏิบัติตามที่แพทย์ผู้ผ่าตัดแนะนำเป็นหลัก แพทย์จะนัดกลับมาตรวจประเมินเป็นระยะ ๆ ผู้ป่วยจึงควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

11. กิจกรรมที่ควรทำและควรเว้นหลังการผ่าตัด?

กิจกรรมที่ต้องเว้น 
  • กิจกรรมที่ต้องก้มตัวสุดหรือแอ่นหลังสุดเป็นประจำ
  • ก้มหลังยกของ ก้มหลังเก็บของให้ใช้วิธีย่อเข่าแทน
  • ควรเว้นการยกของหนักมากเกินกำลัง
  • ไม่ควรอยู่ในที่ซึ่งมีการสั่นสะเทือน
  • ไม่นั่งนาน ๆ โดยเฉพาะในที่นั่งซึ่งอ่อนนุ่มจนทำให้หลังโค้งงอ หากงานที่ทำจำเป็นต้องนั่งตลอดทั้งวัน ควรหาโอกาสเดินเปลี่ยนอิริยาบถทุก 1 ชั่วโมง
กิจกรรมที่ควรทำ
  • เดินออกกำลังกาย โดยเพิ่มระยะการเดินขึ้นในแต่ละวัน
  • สวมรองเท้าที่มีส้นนุ่มรองรับการกระแทกเมื่อเดินหรือออกกำลังกาย
  • เมื่อแผลหายดีแล้ว แต่ยังมีอาการหลังตึง ให้ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ เพื่อยึดและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

12. หลังผ่าตัดขับรถทางไกลได้หรือไม่?

  • ผู้ป่วยสามารถขับรถได้เมื่ออาการปวดของท่านทุเลาลง โดยทั่วไปผู้ป่วยจะขับรถได้หลังผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์ และจะสามารถขับรถได้ไกลขึ้นเมื่อผ่านไป 2 – 3 เดือน ควรหลีกเลี่ยงการขับรถต่อเนื่องระยะทางยาว หากจำเป็นต้องพักร่างกายควรเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ ๆ ทุก 1 – 2 ชั่วโมง

13. นั่งรถเดินทางไกลควรดูแลตนเองอย่างไร?

  • เมื่อต้องนั่งรถเดินทางไกล ควรปรับพนักพิงให้เอียงลงมากกว่าปกติเพื่อถ่ายน้ำหนักไปยังแผ่นหลัง และพักเปลี่ยนท่าทางเป็นระยะ ๆ

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2310 3000 หรือ โทร. 1719 Email: [email protected]