การรักษาโรคนอนกรนจากทางเดินหายใจติดขัดที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย (Obstructive Sleep Apnes; OSA) พบได้บ่อยในคนอ้วน โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น ผู้ป่วยมักมีปัญหานอนกรนจากหลายสาเหตุได้ ดังนั้นการแก้ไขหรือรักษาจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนเป็นลำดับแรกแล้วจึงหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค วิธีการรักษาทำได้ทั้งไม่ผ่าตัดและผ่าตัด แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า คนที่อ้วนมาก ๆ จะนอนกรนทุกคน แต่คนผอม ๆ ก็มีโอกาสนอนกรนได้เช่นกัน

ประเภทการนอนกรน

  1. การนอนกรนธรรมดา มีผลกระทบได้บ้างในระยะยาวต่อตัวผู้ป่วยเอง โดยอาจทำให้เส้นเลือดสมองที่คอซึ่งไปเลี้ยงสมองหนาตัวขึ้น นอกจากนั้นยังอาจมีผลกระทบต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับคู่นอน ทำให้นอนหลับยาก รวมทั้งอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ
  2. การนอนกรนอันตราย (มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย) หลายคนคงเคยสังเกตเห็นคนที่นอนกรนจะมีช่วงที่กรนเสียงดังและค่อยสลับกันเป็นช่วง ๆ โดยจะกรนดังขึ้นเรื่อย ๆ หากสังเกตอย่างใกล้ชิดจะพบว่า ผู้ที่กรนจะหยุดหายกรนไปชั่วขณะหนึ่ง ช่วงนั้นเองที่มีการหยุดหายใจเกิดขึ้น และเมื่อระดับออกซิเจนในเลือดลดลงถึงระดับหนึ่งจากการหยุดหายใจร่างกายจะมีกลไกตอบสนองภาวะนี้ โดยจะทำให้การหลับของคนที่กรนนั้นถูกขัดขวางทำให้ตื่นขึ้น โดยจะมีอาการเหมือนสะดุ้งเฮือก หรืออาการเหมือนสำลักน้ำลายตนเอง แล้วก็กลับมาเริ่มกรนใหม่ นอกจากจะมีผลกระทบต่อคนรอบข้างแล้ว ถ้าไม่รักษาอาจมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ทำให้เรียนหรือทำงานได้ไม่เต็มที่  นอนหลับในขณะขับรถอาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้ นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอื่น ๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตในปอดสูง โรคหลอดเลือดในสมอง
การตรวจการนอนหลับ (Sleep Lab)  เพื่อแยกว่าเป็นนอนกรนประเภทใดและสามารถบอกความรุนแรงของโรคได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากหรือน้อยเพียงใด เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ดีขึ้น

ใครบ้างควรตรวจ Sleep Lab

  • ในผู้ใหญ่ Sleep Lab ควรตรวจเมื่อเกิดอาการ
    • ตื่นนอนตอนเช้าด้วยความอ่อนล้าไม่สดชื่น
    • ปวดมึนศีรษะต้องการนอนต่ออีกเป็นประจำ
    • รู้สึกว่านอนหลับไม่เต็มอิ่ม มีความรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้หลับนอนมาทั้งคืน ทั้ง ๆ ที่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย
    • ง่วงนอนในเวลาทำงานกลางวันจนไม่สามารถจะทำงานต่อได้หรือมีอาการเผลอหลับในขณะทำงาน ขณะขับรถ ในห้องเรียน ในที่ประชุม ขณะอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ หรือดูโทรทัศน์
    • นอนหลับไม่ราบรื่น นอนกระสับกระส่ายมาก
    • หายใจขัดหรือหายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ  อาจมีอาการคล้ายสำลักน้ำลาย
    • สะดุ้งผวาหรือหายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ
    • ความดันโลหิตสูง ซึ่งยังหาสาเหตุได้ไม่ชัดเจน
    • ประสิทธิภาพในการทำงานหรือผลการเรียนแย่ลง เพราะอาการง่วง ขาดสมาธิ พัฒนาการทางสมอง สติปัญญา และความจำแย่ลง
    • ตื่นนอนกลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุหรือปัสสาวะกลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุอื่น
  • ในเด็ก Sleep Lab ควรตรวจเมื่อเกิดอาการ
    • เด็กที่มีท่านอนที่ผิดปกติ เช่น ชอบนอนตะแคง หรือนอนคว่ำ
    • เด็กที่ไม่มีสมาธิทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้นาน (attention deficit disorder) หงุดหงิดง่าย หรือมีกิจกรรมต่าง ๆ ทำตลอดเวลา
    • เด็กที่ปัสสาวะราดในเวลากลางคืน
    • เด็กที่ผลการเรียนแย่ลง เพราะอาการง่วง ขาดสมาธิ พัฒนาการทางสมอง และสติปัญญา และความจำแย่ลง
    • เด็กอายุขวบปีแรกที่สงสัยว่าเวลานอนหลับอาจมีช่วงหยุดหายใจ มีความผิดปกติของช่องปาก จมูก ลำคอ
    • เด็กที่มีอาการนอนกรนหรือหายใจลำบากเวลานอน ด้วยสาเหตุต่าง ๆ อาทิ ต่อมทอนซิล – อะดีนอยด์โต หลอดลมตีบแคบเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2310 3000 หรือ โทร. 1719 Email: [email protected]