หน้าหลัก
/ บทความสุขภาพ / โรคและการรักษา /
วัย 50 อัพต้องระวัง ตรวจเช็กให้ดีก่อนโรคทำร้าย

เมื่ออายุถึงวัยเลข 5 แน่นอนว่าความเสื่อมย่อมมาเยี่ยมเยือน ยิ่งไปกว่านั้นคือความเสี่ยงโรคต่าง ๆ ที่เป็นผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผ่านมา การรู้เท่าทันความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย ซึ่งมีหลายโรคในวัย 50 อัพที่ต้องระวังและหมั่นตรวจเช็กก่อนสายเกินไป

 

1) หลอดเลือดสมอง

หลอดเลือดสมองอุดตัน ตีบ แตกมักมีสาเหตุมาจากการอุดตันของหลอดเลือด การเสื่อม การแข็งตัวของหลอดเลือด เป็นโรคที่อันตราย ทำให้สมองหยุดทำงานทันที ความรุนแรงขึ้นอยู่กับระยะเวลา ตำแหน่งการตีบ และขนาดหลอดเลือด โดยอาการที่สังเกตได้คือ เดินเซ เวียนศีรษะ บ้านหมุนฉับพลัน ตามัว มองไม่เห็น เห็นภาพซ้อนฉับพลัน หน้าเบี้ยวหรือปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด พูดไม่ออก ปัจจัยเสี่ยงโรคนี้คือ ความอ้วน ความเครียด ไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัวอย่างหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ จึงควรดูแลตัวเองให้ดีเพื่อป้องกันโรค

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


2) หลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน

หลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน (Peripheral Arterial Disease – PAD) มักเกิดจากตะกอนติดผนังด้านในเส้นเลือดแดง ส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็ง เส้นเลือดแดงปลายแขนและขาตีบและอุดตัน ความรุนแรงขึ้นอยู่กับระดับความอุดตัน อาการที่สังเกตได้คือ ปวดขา ปวดน่อง ปวดตั้งแต่น้อยไปจนถึงปวดตลอดเวลา หากหลอดเลือดแดงตีบแคบจนเลือดไปเลี้ยงน้อยลง อาจทำให้มีแผลเรื้อรังที่เท้าหรือนิ้วเท้าจึงควรรีบรักษาโดยเร็วที่สุด จึงควรควบคุมโรคประจำตัวที่มีและใส่ใจตรวจเช็กอยู่เสมอ

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


3) เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง

เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงเป็นโรคยอดฮิตของคนไทยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเบาหวานเกิดจากการที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปส่งผลให้หลอดเลือดแดงเสียหายและเสื่อมเร็ว ความดันโลหิตสูงส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจหนา หากความดันโลหิตสูงติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้หัวใจโตและหัวใจล้มเหลวได้ ไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน รุนแรงถึงขั้นอัมพฤกษ์และอัมพาตได้ ดังนั้นจึงควรดูแลพฤติกรรมเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม เลิกบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ไม่เครียด ตรวจสุขภาพทุกปีเพื่อดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรค

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


4) กระดูกพรุน

กระดูกพรุนพบมากในคนวัย 50 ปีขึ้นไป โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงเมื่อหมดประจำเดือนร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง ทำให้กระดูกเปราะบางหักได้ง่าย ที่น่ากังวลคือโรคกระดูกพรุนมักไม่มีอาการบอกล่วงหน้า รู้ตัวอีกทีกระดูกหักไปแล้ว อาการที่สังเกตได้บ่อยคือ ปวดหลังจากการที่กระดูกบางและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสามารถยับยั้งความเสื่อมได้ แต่ควรออกกำลังกายสม่ำเสอ งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮฮล์ ที่สำคัญระวังการหกล้ม หากมีอาการผิดปกติควรมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


5) ภาวะพร่องวิตามิน

เพราะวิตามินช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ดี เมื่อร่างกายขาดวิตามินแม้ไม่ส่งผลรุนแรง แต่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งวิตามินที่คนวัย 50 อัพมักขาดคือวิตามินดี เป็นวิตามินที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เมื่อขาดวิตามินดีอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้ นอกจากนี้วิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีส่วนช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล หากมีภาวะพร่องวิตามินจึงควรรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารและวิตามินครบถ้วน

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


วัย 50 อัพต้องระวัง ตรวจเช็กให้ดีก่อนโรคทำร้าย

6) นอนไม่หลับ

เพราะการนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด เมื่อนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท กรน หยุดหายใจขณะหลับ อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ ส่งผลให้เสี่ยงหัวใจโตและความดันโลหิตสูง ควบคุมโรคประจำตัวได้ยากขึ้น มีโอกาสหัวใจเต้นผิดจังหวะซึ่งร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต เพราะฉะนั้นหากมีอาการนอนไม่หลับ อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อตรวจเช็กสุขภาพการนอนก่อนสายเกินไป

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


7) ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ

ต่อมไทรอยด์ผิดปกติคือภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติจนเกิดผลเสียกับร่างกาย พบได้ทุกช่วงวัยและพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สังเกตได้จากอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ผมร่วง นอนไม่หลับ รู้สึกง่วงตลอดเวลา อ้วนขึ้นหรือผอมลงผิดปกติ หิวบ่อยหรือไม่หิวกินไม่ค่อยลง ขับถ่ายไม่ปกติ รู้สึกหนาวตลอดเวลาหรือขี้ร้อนมากขึ้น ผิวแห้ง ใจสั่น หากเกิดอาการผิดปกติควรรีบตรวจเช็กเพื่อรักษาโดยเร็ว

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


8) ต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมากโตพบมากในผู้ชายตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป เป็นภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติจนไปเบียดท่อปัสสาวะให้แคบลง โดยจะมีอาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เบ่งปัสสาวะ ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่ออก ปวดปัสสาวะรุนแรงมาก ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตอย่างมาก ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็ก เพราะถ้าไม่รีบรักษาอาจร้ายแรงถึงขั้นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะเป็นเลือด ไตเสื่อม และไตวายได้

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


9) มะเร็ง

มะเร็งส่วนใหญ่พบในคนอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เกิดจากเซลล์ผิดปกติในร่างกายโตเร็วจนร่างกายคุมไม่ได้ ลามไปอวัยวะใกล้เคียง หรือกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมะเร็งที่พบมากในวัย 50 อัพ อาทิ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน ฯลฯ สังเกตอาการมะเร็งได้จากมีเลือดหรือสิ่งผิดปกติออกจากร่างกาย มีก้อนหรือตุ่มเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งและโตเร็วผิดปกติ มีแผลเรื้อรัง ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะผิดปกติ เสียงแหบ ไอเรื้อรัง กลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หูด ไฝ ปานเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


10) โรคไต

โรคไตไม่ไกลตัวอย่างที่คิด สามารถเป็นได้ทั้งไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง สาเหตุเกิดจากโรคที่ส่งผลให้เลือดมาเลี้ยงไตลดลง เช่น หลอดเลือดเลี้ยงไตตีบ รวมถึงการอักเสบจากการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ การได้รับสารพิษที่เป็นอันตรายกับไต ภาวะหลอดเลือดในไตอักเสบ โรคไตที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะ สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้คือ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน คันตามผิวหนัง ปัสสาวะน้อยหรือบ่อยผิดปกติ ตาบวม ขาบวม เหนื่อยง่าย ความดันโลหิตสูง ตะคริว เป็นต้น การตรวจเช็กสุขภาพเพื่อประเมินการทำงานของไตเป็นสิ่งสำคัญ อย่าปล่อยไว้จนไตเสื่อมฟื้นฟูไม่ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


11) นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะไม่ควรชะล่าใจเพราะหากปล่อยจนก้อนนิ้วใหญ่และเกิดการอุดตันจะส่งผลให้เกิดการเสียดสีจนเลือดออกได้พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงโดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะการดื่มน้ำน้อยกรรมพันธุ์ยาบางชนิดรวมถึงการรับประทานเนื้อแดงอาหารเค็มจัดเครื่องในสัตว์มากเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกันหากมีอาการปวดบริเวณบั้นเอวหรือบริเวณท้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งนิ่วปัสสาวะแสบขัดลำบากเป็นเลือดควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันทีเพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจร้ายแรงจนไตวายได้

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


วัย 50 อัพต้องระวัง ตรวจเช็กให้ดีก่อนโรคทำร้าย

12) ข้อเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อมพบมากในคนอายุ 45 ปีขึ้นไป เกิดจากแรงกระทำกับข้อที่เยอะกว่าปกติและใช้งานมานาน เคยได้รับอุบัติเหตุ มีโรคประจำตัวอย่างรูมาตอยด์ ข้ออักเสบ อ้วน เป็นต้น อาการที่พบคือ ปวดเข่าบ่อยตอนนั่งยอง นั่งคุกเข่า พับเพียบ ปวดตอนขึ้นลงบันได กระทั่งปวดมากจนทนไม่ไหว การรักษามีทั้งใช้ยาและไม่ใช้ยา คือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลี่ยงนั่งยอง นั่งพับเพียบ คุกเข่า ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ออกกำลังกายเป็นประจำ หากปวดไม่ไหวรีบมาตรวจเช็กและทำการรักษาทันที

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


13 ) โรคตา

เมื่ออายุมากขึ้นดวงตาย่อมเสื่อมลงการตรวจคัดกรองดวงตาจึงสำคัญมากเพราะทำให้ทราบความผิดปกติของดวงตา โรคตาที่พบบ่อยได้แก่ต้อหินต้อกระจกต้อเนื้อต้อลมต้อเนื้อวุ้นตาเสื่อมจอประสาทตาเสื่อมตาแห้งตาบอดสีโดยผู้ชายมีโอกาสเป็นตาบอดสีมากกว่าผู้หญิงและจะรู้ว่าตาบอดสีต่อเมื่อได้รับการตรวจกับจักษุแพทย์เท่านั้นยิ่งเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปไม่ว่าชายหรือหญิงเสี่ยงสายตายาวตามอายุจึงต้องตรวจเช็กดวงตาอย่างละเอียดจะได้ดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


14) อัลไซเมอร์

อัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อม ส่วนใหญ่พบได้ตั้งแต่อายุ 40 ขึ้นไป เกิดจากความผิดปกติของเซลล์สมองที่ถูกทำลาย ทั้งจากความเสื่อมตามวัย พันธุกรรม อุบัติเหตุสมอง หลอดเลือดสมอง การติดเชื้อของสมอง โดยจะแสดงอาการอย่างช้า ๆ จนความจำถดถอยและสมองเสื่อมชัดเจน การสังเกตตัวเองและคนใกล้ชิดในเรื่องการหลงลืมที่ผิดปกติมากจนส่งผลกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ และควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทเพื่อตรวจเช็กทันที เพราะหากร้ายแรงถึงขั้นนอนไม่ได้หรือเห็นภาพหลอนอาจยากต่อการรักษาและต้องมีคนดูแลไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก 


ในวันที่ความเสื่อมวัยเลข 5 มาเยือน การตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพคือเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำทุกปีคือเรื่องที่ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด เพราะการรู้ทันสุขภาพจะช่วยให้ดูแลรักษาและป้องกันได้อย่างถูกต้อง เพื่อการมีสุขภาพที่ดีและห่างไกลจากโรคร้ายในอนาคต